บาร์ / ผับ / เลานจ์

ค่าคอมเครื่องดื่มพนักงานบาร์
คิดยังไงไม่ให้เถียงกันสิ้นเดือน

ร้านบาร์ที่คิดค่าคอมด้วยมือจะเจอปัญหาเดิมทุกเดือน — พนักงานจำได้ไม่ตรงกับที่ร้านจด บทความนี้อธิบายว่าระบบผูกออเดอร์กับพนักงานทำงานยังไง และจุดที่มักคิดผิด

หน้าแรก บทความ ค่าคอมเครื่องดื่มพนักงานบาร์

ร้านบาร์ต่างจากร้านอาหารตรงที่คนขายมีผลต่อยอดโดยตรง พนักงานที่เชียร์เก่งทำยอดต่างจากคนที่รอรับออเดอร์อย่างเดียวหลายเท่า ค่าคอมเครื่องดื่มจึงเป็นเครื่องมือจูงใจหลักของธุรกิจนี้

แต่พอถึงเวลาจ่ายจริง มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ทะเลาะกันมากที่สุด

ทำไมการคิดค่าคอมด้วยมือถึงพังเสมอ

วิธีที่ร้านส่วนใหญ่ใช้คือให้พนักงานเขียนชื่อตัวเองบนสลิป หรือให้แคชเชียร์จดว่าโต๊ะไหนใครดูแล แล้วเอามารวมตอนสิ้นเดือน

ต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่เงินค่าคอม แต่คือความไม่ไว้ใจ พนักงานที่รู้สึกว่าถูกคิดขาดจะหมดแรงจูงใจในการเชียร์ขาย ซึ่งกระทบยอดร้านมากกว่าค่าคอมที่ประหยัดได้เสียอีก และเป็นสาเหตุของการลาออกที่พบบ่อยในธุรกิจนี้

ระบบผูกออเดอร์กับพนักงานทำงานยังไง

ผูกที่รายการ ไม่ใช่ผูกที่โต๊ะ

จุดสำคัญที่ทำให้ระบบใช้ได้จริงคือการผูกระดับรายการในบิล ไม่ใช่ผูกทั้งโต๊ะ เพราะโต๊ะเดียวอาจมีพนักงานหลายคนมาเสิร์ฟตลอดคืน

เวลาพนักงานกดสั่งเครื่องดื่มเข้าระบบ ระบบจะบันทึกว่ารายการนี้ใครเป็นคนกด เมื่อสรุปยอดตอนปิดรอบ ค่าคอมจะไปหาคนที่ขายจริง แม้โต๊ะนั้นจะมีคนดูแลหลายคนก็ตาม

อัตราค่าคอมที่ควรตั้งได้

ร้านแต่ละที่คิดไม่เหมือนกัน ระบบที่ยืดหยุ่นควรรองรับอย่างน้อยสามแบบ

รูปแบบตัวอย่างเหมาะกับ
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอด 5% ของยอดเครื่องดื่มที่ขายได้ ร้านที่มีเครื่องดื่มหลายระดับราคา อยากให้เชียร์ตัวแพง
คิดเป็นบาทต่อรายการ ขวดละ 20 บาท แก้วละ 5 บาท ร้านที่ราคาไม่ต่างกันมาก คำนวณง่าย พนักงานเข้าใจทันที
คิดแยกตามกลุ่มสินค้า เหล้า 8% เบียร์ 3% น้ำอัดลม 0% ร้านที่ต้องการดันสินค้ากำไรสูงเป็นพิเศษ
ข้อควรระวัง: ถ้าตั้งค่าคอมเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกอย่าง พนักงานจะเชียร์ตัวที่ขายง่ายที่สุด ไม่ใช่ตัวที่กำไรดีที่สุด การแยกอัตราตามกลุ่มสินค้าจึงมักได้ผลกับกำไรมากกว่า แม้จะตั้งค่ายุ่งกว่าตอนแรก

พนักงานต้องเห็นยอดตัวเองได้

นี่คือจุดที่แยกระบบที่ลดปัญหากับระบบที่แค่ย้ายปัญหา ถ้าพนักงานเห็นยอดค่าคอมสะสมของตัวเองได้ระหว่างเดือน จะไม่มีการเถียงตอนสิ้นเดือน เพราะถ้าตัวเลขผิดเขาจะทักตั้งแต่วันนั้น ไม่ใช่มาทักตอนจ่ายเงินที่ย้อนตรวจยากแล้ว

บิลเปิดโต๊ะทั้งคืน (Tab) — จุดที่ยอดหายบ่อย

ร้านบาร์แทบไม่มีใครปิดบิลทีละรอบ ลูกค้าสั่งเพิ่มเรื่อยๆ ทั้งคืนแล้วจ่ายทีเดียวตอนกลับ ระบบที่ออกแบบมาสำหรับร้านอาหารตามสั่งมักจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี

สิ่งที่ระบบต้องทำได้:

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด บิลที่ค้างข้ามคืนคือยอดที่หายไปเงียบๆ และมักไม่มีใครรู้จนกว่าจะปิดรอบเดือน

ค่าดื่มพนักงาน — อย่าปนกับยอดขาย

ร้านบาร์เกือบทุกร้านมีนโยบายให้พนักงานดื่มได้ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการหรือกรณีลูกค้าเลี้ยง ปัญหาคือหลายร้านบันทึกรวมกับยอดขายปกติ ซึ่งทำให้ตัวเลขเพี้ยนสองทาง

วิธีที่ถูกคือบันทึกเป็นรายการแยกประเภทที่ตัดสต็อกจริงแต่ไม่นับเป็นยอดขาย ทำให้เจ้าของร้านเห็นต้นทุนส่วนนี้ชัดเจน และตั้งเพดานต่อคนต่อเดือนได้ถ้าต้องการ

เช็กลิสต์ก่อนเลือกระบบ POS ร้านบาร์

  1. ผูกรายการในบิลกับพนักงานคนที่กดสั่งได้ไหม (ไม่ใช่ผูกทั้งโต๊ะ)
  2. ตั้งอัตราค่าคอมแยกตามกลุ่มสินค้าได้ไหม
  3. พนักงานเปิดดูยอดค่าคอมสะสมของตัวเองได้ไหม
  4. เปิดบิลค้างทั้งคืนแล้วย้ายโต๊ะ รวมบิล แยกบิล ได้ครบไหม
  5. บันทึกค่าดื่มพนักงานแบบตัดสต็อกแต่ไม่นับยอดขายได้ไหม
  6. มีรายงานบิลที่ยังไม่ปิดให้ดูก่อนปิดร้านไหม
  7. ถอดปลั๊กเน็ตแล้วยังเปิดบิลและคิดเงินได้ไหม
ข้อ 7 สำคัญเป็นพิเศษกับร้านกลางคืน — ช่วงพีคของบาร์คือคืนวันศุกร์เสาร์ ซึ่งเป็นช่วงที่โครงข่ายในย่านสถานบันเทิงหนาแน่นที่สุด ระบบที่ต้องต่อเน็ตตลอดเวลาจะล่มในช่วงที่ทำเงินได้มากที่สุดพอดี — อ่านวิธีทดสอบได้ใน บทความเรื่องเน็ตหลุดกับ POS

สรุป

ระบบค่าคอมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่ประหยัดเวลาปิดรอบ แต่ช่วยรักษาความไว้ใจระหว่างร้านกับพนักงาน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ธุรกิจกลางคืนต้องการมากที่สุดและสร้างใหม่ยากที่สุด

หลักคือ ผูกที่รายการไม่ใช่ที่โต๊ะ · ให้พนักงานเห็นยอดตัวเองได้ · แยกค่าดื่มออกจากยอดขาย สามข้อนี้แก้ปัญหาส่วนใหญ่ของร้านบาร์ได้แล้ว

อยากลองระบบบาร์ของ GutePOS?

Drink Commission ต่อพนักงาน บิลเปิดโต๊ะสะสมทั้งคืน จับเวลาโต๊ะแบบเรียลไทม์ และบันทึกค่าดื่มพนักงานแยกจากยอดขาย — ทดลองฟรี 14 วัน

ดูโซลูชันร้านบาร์